วันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

บทที่3 ท่องโลกอินเทอร์เน็ต


ท่องโลกอินเทอร์เน็ต
ความหมายเครือข่ายใยแมงมุม (World Wide Web :WWW)

WWW (World Wide Web) หรือ เครือข่ายใยแมงมุม จะเป็นตัวช่วยให้การท่องไปในโลก    อินเทอร์เน็ตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว ง่ายต่อการใช้งาน เพราะมีการแสดงผลแบบ Hypertext ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงข้อมูลจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง ซึ่งเมื่อเข้าใช้งาน แล้วจะทำให้ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตเกิดความสะดวกสบายในการใช้งาน ในการใช้งาน WWW จะทำให้ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตมีความรู้สึกเสมือนหนึ่งว่าข้อมูลที่มีอยู่ใน ทุกมุมโลกนั้น อยู่เพียงแค่ปลายมือ ที่สามารถค้นหาได้ภายในไม่กี่นาที
เครือข่ายใยแมงมุม (World Wide Web)
ความหมายและประเภทของ Domain name
           โดเมนเนม (Domain Name) เป็น เรื่องที่เกี่ยวข้องกับระบบของอินเทอร์เน็ตดังนั้น เพื่อให้เข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโดเมนเนม  จะต้องรู้เรื่องพื้นฐานและคำศัพท์เบื้องต้นในโลกของอินเทอร์เน็ตอย่างก่อน โดยเริ่มตั้งแต่คำว่า  WWW  หรือ World Wide  Web  หรือ Web  หรือ W3  ซึ่งเปรียบได้กับห้องสมุดที่ให้ใคร ๆ   เข้ามาศึกษาค้นหาข้อมูล หรือมีข้อมูลสำหรับนำข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาวางแล้วให้ผู้ที่สนใจเข้ามา ศึกษาค้นคว้าจากห้องสมุด  WWW  ซึ่งจะแตกต่างจากห้องสมุดทั่ว ๆ  ไปตรงที่เป็นการใช้งานผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต  เป็นประมาณ  Electronics  Library  หรือ e-library  นั่นเองและที่สำคัญคือ  ทั้งโลกมีอยู่ห้องเดียว  ดังนั้น  ถ้าคุณเข้ามาหาอะไรแล้วไม่เจอ ก็ไม่ต้องเสียเวลาเข้าไปหาที่ห้องสมุดอื่น ๆ ให้อีกหาอยู่ที่  e-library ที่เดียวมีทุกอย่างที่ต้องการ  โดเมนเนม เป็นชื่อที่ขอจดทะเบียนไว้เพื่อให้เกิดความสะดวกแก่ผู้ใช้ในการเรียกใช้งาน อินเทอร์เน็ต ไม่ได้เป็นชื่อหรือตำแหน่งของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ให้บริการข้อมูลบนอิน เทอร์เน็ต

ส่วนประกอบของโดเมนเนม  โดเมนเนมจะประกอบไปด้วย 3 ส่วนหลัก ๆ ดังนี้
ส่วนที่ 1 สับโดเมน (Sub Domain Name)
ส่วนที่ 2 Second – Level Domain Name
ส่วนที่ 3 Top – Level Domain

ความเป็นมาของโดเมนเนม (Domain Name )
         อินเทอร์เน็ต (Internet) เริ่มต้นมาจากโครงการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางการศึกษาและระบบเครือข่าย ที่รู้จักกันดีในนามของโครงการ “ARPANET” ซึ่งระบบที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้งานตรงนี้ก็คือ TCP/IP (Transmission Control Protocal/Internet Protocol) โดยใช้ระบบปฏิบัติการ IUNIX ซึ่งช่วยให้การเชื่อมโยงสื่อสารผ่านทางอินเทอร์เน็ตได้รับความสนใจจากคนทั่ว โลก
        ในระยะแรก การใช้งานในอินเทอร์เน็ตไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไรนัก  เพราะเครื่องที่อยู่ใน เครือข่ายมีไม่มาก  แต่ต่อมาเมื่อมีคนสนใจและมีเครือข่ายการใช้งานที่กว้างมากขึ้น  ก็เลยทำให้เกิดความต้องการในการใช้ชื่อที่ง่ายและไม่ซับซ้อน จำง่าย แทนที่จะใช้ในลักษณะของ IP Address ซึ่งเป็นชุดตัวเลขที่ใช้อยู่   ซึ่งทำให้เกิดการศึกษาและค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องของ “Name Server” ขึ้นมาครั้งแรก ทำให้ผู้ใช้งานไม่ต้องรู้จัก และนี่ก็คือต้นกำเนิดของการใช้โดเมนเนมในปัจจุบันและหลังจากนั้นไม่ไม่นาน Domain Name System (DNS) ชุดแรกที่ถูกนำออกมาให้ทุกคนได้ใช้งานมีอยู่ด้วยกัน  5  แบบ โดยเราสามารถแยกความแตกต่างของโดเมนเนมได้จากตัวอักษรย่อที่ต่อจากชื่อ เช่น www.****.com หรือ www. ****.net หรือ www. ****.org  ระยะแรกนี้การจดโดเมนเนมจะทำได้โดยไม่ต้องเสียเงิน โดยมี IANA เป็นผู้ดูแล แต่ระยะหลังเมื่อทาง IANA และ NSF (National Science Foundation) ได้ร่วมกันจัดตั้ง InterNIC ขึ้นมา   เริ่มมีการคิดค่าใช้จ่ายในการ    จดทะเบียนตามมา 100 USD ใน  2  ปีแรกของระยะแรกและลดลงมาเป็น  70  USD  โดยมี ICANN หรือ  Internet Corporation for Assigned Names and Numbers  ซึ่งเป็นหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นมา   

ภาษาที่ใช้ในการสื่อสารบนอินเทอร์เน็ต (TCP/IP)
         การสื่อสารข้อมูลบนคอมพิวเตอร์ หมายถึง การโอนถ่ายหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ต้นทาง กับคอมพิวเตอร์ปลายทาง โดยในการโอนถ่ายหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลนี้ จำเป็นที่จะต้องมีการอาศัยภาษากลางในการสื่อความหมายระหว่างกันเพื่อให้เกิด เป็นมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งจะส่งผลให้การสื่อสารระหว่างกันภายในเครือข่ายได้อย่างรวมแล้วและมี ประสิทธิภาพ โดยทั่ว ๆ ไปแล้วเรียกว่า Protocol  เป็นเช่นนี้จะเห็นได้ว่า Protocol นั้นหมายถึง มาตรฐานทางด้านภาษาสื่อสารในการที่จะควบคุมการรับส่งข้อมูลระหว่างต้นทางและ ปลายทาง  สำหรับการสื่อสาร       บนอินเทอร์เน็ตนั้นได้ใช้ Protocol ที่มีชื่อว่า TCP/IP ( Transmission Control Protocol / Internet Protocol ) เป็นโปรโตคอลมาตรฐานในการสื่อสารบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต อันเกิดจากมาตราฐาน 2  แบบ คือ TCP มีหน้าที่ในการแบ่งข้อมูลออกเป็นส่วนย่อย ๆ ซึ่งเรียกว่า Packet ที่มีขนาดเล็กกว่า 1,500  ตัวอักษร  และทำหน้าที่ประกอบข้อมูลที่แบ่งย่อยออกมาเหล่านี้ในฝั่งของปลายทางที่รับ   ข้อมูล  ส่วน IP นั้น  ทำหน้าที่ในการกำหนดเส้นทางของการสื่อสารจากต้นทางไปยังปลายทาง
หลักการทำงานของ TCP/IP
           หลักการทำงานของ TCP/IP มีขั้นตอนการทำงานดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 TCP  ทำหน้าที่ในการที่แตกข้อมูลที่ต้องการออกเป็นส่วน ๆ โดยแต่ละส่วนย่อยนี้เรียกว่า Packet โดยแต่ละ Packet จะมีส่วนหัวเรียกว่า Header  ทำหน้าที่ในการเก็บข้อมูล  เกี่ยวกับลำดับของแพ็กเก็ตซึ่งจะถูกนำมาใช้เพื่อประกอบข้อมูลกลับมายังฝั่ง ของผู้รับ
ขั้นตอนที่ 2    Packet แต่ละ Packet จะถูกนำส่งไปแต่ละ IP              ซึ่ง  Packet  แต่ละ Packet จะมี IP เป็นของตนเอง ภายใน IP แต่ละตัวจะถูกกำหนดที่อยู่ปลายทางของผู้รับ และผู้ส่ง โดยจะมีการกำหนดช่วงเวลาและอายุของ Packet
ขั้นตอนที่ 3   Packet  ถูกส่งออกไปบนระบบอินเทอร์เน็ตผ่านเร้าเตอร์              ( Router) ซึ่ง IP  จะถูกตรวจสอบที่อยู่ปลายทางเมื่อผ่านเร้าเตอร์แต่ละตัว   หลังจากนั้นเร้าเตอร์จะทำหน้าที่หาช่องทางในการ
ขั้นตอนที่ 4   เมื่อ Packet  เดินทางไปถึงปลายทางเรียบร้อยแล้ว TCP จะทำหน้าที่ในการตรวจสอบข้อมูลภายใน Packet อีกครั้ง ว่าครบถ้วนและถูกต้องหรือไม่  ถ้าไม่ครบหรือไม่ถูกต้องจะทำการทิ้ง Packet นั้นไปแล้วเรียกกลับไปต้นทางใหม่อีกครั้ง
ขั้นตอนที่ 5   เมื่อปลายทางนั้นได้รับ Packet ที่ถูกต้องครบทั้งหมดแล้ว TCP จะทำหน้าที่ประกอบข้อมูลให้พร้อมที่จะใช้งานต่อไป

                                              แบบฝึกหัดบทที่3

1การโอนย้ายข้อมูลจะแบ่งออกได้กี่แบบ
ก  2แบบ           ข  3  แบบ
ค  4  แบบ         ง  5  แบบ

2 World  Wide  Web : WWW  มีความหมายว่าอย่างไร
ก  เครือข่ายใยแมงมุม                       ข  ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์
ค  ไฮเปอร์มีเดีย                                 ง  การโอนย้ายข้อมูลข้ามเครือข่าย


3ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ เรียกว่า
ก  E-mail Address                                  ข  World Wide Web : WWW
 ค Electronic Maili E-mail                    ง  File Transfer  Protocol : FTP


4  การนำข้อมูลจากเครือข่ายที่ให้บริการ คือข้อใด
ก   Pownload                           Upload
Windows                                 Microsoft

5 การนำข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราไปไว้ในระบบเครือข่ายอินเทรฺเน็ต คือข้อใด
ก  Upload                          ข  Windows
Download                       ง  Microsoft
6  E-Commerce   หมายความว่าอย่างไร
ก  การค้าอิเล็กทรอนิกส์           ข  ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์
ค   เครือข่ายใยแมงมุม            ง  ไฮเปอร์มีเดีย

7  โปรแกรมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือข้อได
ก  Pirch,ICQ,Microsoft NotMccting        ข  Bulletin Board System(BBS)
ค  E-Commerce                                      Download

8 ระบบ Chay  คือระบบใด
ก บริการสนทนาออนไลน์     ข การค้าอิเล็กทรอนิกส์
ค   กระดานข่าว                     ง เครือข่ายใยแมงมุม

9 Telnet  คือรูปแบบของการบริการในข้อใด
ก  การบริการใช้เครื่องข้ามเครือข่ายด้วย       ข   บริการค้นหาข้อมูลข้ามเครือข่าย
ค  การค้าอิเล็กทรอนิกส์                                ง   บริการสนทนาออนไลน์

10  Chat จะเปรียบได้กับรูปแบบของการสื่อสารแบบใด
ก  การส่งจดหมายถึงเพื่อน                      ข  การส่งการ์ดอวยพรวันเกิด
ค การติดประกาศในบอร์ดข่าวสาร           ง  การพูดคุยทางโทรศัพท์

                                                               
                                          เฉลย 


1.ก  2.ก  3.ค   4.ก  5.ก  6.ก  7.ก  8.ก  9.ก  10.ง

บทที่ 2การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต


การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต
การปรับแต่งคอมพิวเตอร์สำหรับการใช้งานอินเทอร์เน็ต
             การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อใช้งานภายในบ้าน  จำเป็นจะต้องมีส่วนประกอบสำคัญที่จะสามารถเชื่อมต่อระหว่างผู้ใช้กับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต  เพราะการใช้งานอินเทอร์เน็ตนั้น  จะต้องเกิดจากการเชื่อมต่อของทั้งสองฝั่งก่อนจึงจะสามารถใช้งานได้  ส่วนประกอบที่สำคัญ คือ
           1.อุปกรณ์คอมพิวเตอร์
           2.โมเด็ม  (Modem)
           3.โปรแกรมสำหรับการใช้งานอินเทอร์เน็ต
           4.วิธีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
           5.การเลือกผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ต  (ISP)

อุปกรณ์คอมพิวเตอร์

  1.เมนบอร์ด   (Maimboard)   เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ควรมีประสิทธิภาพสูงพอสมควร  ในปัจจุบันคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานโดยทั่วไป  จะมีซีพียูรุ่น  Celeron, Pentium IV และ AMD  ซึ่งซีพียูเหล่านี้จะรองรับการใช้งานระบบมัลติมีเดียด้วย  ไม่ว่าจะเป็นการ์ดจอ  การ์ดเสียง  ลำโพง  เพราะการท่องเว็บนั้นจะมีทั้งภาพเคลื่อนไหว  และเสียงจึงจำเป็นต้องมีมัลติมีเดียรองรับการใช้งาน
  2.หน่วยความจำแรม   (RAM)  การเลือกหน่วยความจำจะขึ้นอยู่กับระบบปฏิบัติการที่ใช้  แต่อย่างน้อยไม่ควรต่ำกว่า  64-128 MB  แต่ในปัจจุบันระบบปฏิบัติการที่นิยมใช้คือ Windows XP หน่วยความจำแรมไม่ควรต่ำกว่า 256 MB  เพราะโปรแกรมที่ใช้ต่างๆ บนอินเทอร์เน็ตจะต้องใช้หน่วยความจำมากพอสมควร

   3.จอภาพและการ์ดแสดงผล    จอภาพสามารถแสดงผลได้ตั้งแต่ 256 สีขึ้นไป ความละเอียดไม่ควรต่ำกว่า 800*600 pixels  ซึ่งในปัจจุบันจอภาพจะสามารถแสดงได้ถึง 16 ล้านสีแล้วให้สามารถแสดงภาพได้ดีโดยเฉพาะภาพถ่าย

4.ระบบมัลติมีเดีย   คือการ์ดเสียงพร้อมลำโพง  หรือถ้าใช้โทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ตก็จะต้องมีไมโครโฟนด้วย  และถ้าต้องการพูดคุยแบบให้เห็นหน้าทั้งสองฝ่ายก็จะต้องมีกล้องวิดีโอที่มีความละเอียดต่ำ  ที่เรียกว่า
เว็บแคม”(Webcam)  ซึ่งเครื่องคอมพิวเตอร์ทุกรุ่นจะมีให้เฉพาะ  การ์ดเสียง  และลำโพงเท่านั้น


โมเด็ม
              โมเด็ม หรือ  Modem (Modulator/Demodulator)  มีหน้าที่แปลงข้อมูลในรูปแบบดิจิทัล (Digital)   ของระบบคอมพิวเตอร์ให้เป็นสัญญาณเสียงในรูปแบบแอนะล็อก  (Analog)  เพื่อให้สามารถส่งไปทางสายโทรศัพท์ได้  เรียกว่า  การ  Modulate  โดยที่ปลายทางก็จะมีโมเด็มทำหน้าที่แปลงสัญญาณเสียงในรูปแบบแอนะล็อก  (Analog)  ซึ่งรับมาจากโทรศัพท์ให้กลับมาเป็นข้อมูลแบบดิจิทัล  (Digital) เพื่อใช้งานกับเครื่องคอมพิวเตอร์  เรียกว่า  การ  Demodulate

       1.โมเด็มแบบภายใน (Internal)  มีลักษณะเป็นการ์ดเสียบเข้ากับสล็อกแบบ PCI ภายในตัวเครื่องคอมพิวเตอร์
       2.โมเด็มแบบภายนอก  (External)  จะเป็นอุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่อภายนอกเครื่องคอมพิวเตอร์โดยจะต่อเข้าที่Serial Port  และ   USB Port  ของเครื่องคอมพิวเตอร์

       3.โมเด็มแบบ   PCMCIA   เป็นโมเด็มที่มีขนาดเล็กและบางที่สุด  ซึ่งมีขนาดเท่ากับบัตรเครดิต โมเด็มแบบPCMCIAจะถือเป็นโมเด็มแบบภายใน  ซึ่งได้ออกแบบมาสำหรับการใช้งานกับเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค (Notebook Computer) เท่านั้น

มาตรฐานการสื่อสารและความเร็วในการรับส่งข้อมูลของโมเด็ม
เป็นมาตรฐานที่มีการกำหนดคุณลักษณะของโมเด็มต่อความเร็วในการรับส่งข้อมูล


โปรแกรมสำหรับการใช้งานอินเทอร์เน็ต
              อุปกรณ์คอมพิวเตอร์สำหรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแล้ว  ก็ต้องมีโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์  สำหรับใช้ในการปฏิบัติงานอินเทอร์เน็ต  ประกอบด้วย  4  ประเภทดังนี้

       1.โปรแกรมระบบปฏิบัติการ   เป็นโปรแกรมที่จำเป็นมากสำหรับการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ทุอชนิด  เพราะจะเป็นโปรแกรมที่ทำหน้าที่จัดสรรทรัพยากรต่างๆ  ในระบบ

       2.โปรแกรมเว็บเบราว์เซอร์  คือ  โปรแกรมที่ใช้เปิดเว็บเพจต่างๆ  ในอินเทอร์เน็ต  ซึ่งโปรแกรมนี้จะมีความสามารถมากมายที่จะเป็นประโยชน์ในการท่องเว็บ

       3.โปรแกรมสำหรับส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์   ทำหน้าที่เก็บข้อมูลจดหมายโดยสร้าง โฟลเดอร์สำหรับเก็บจดหมายไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา

       4.โปรแกรมสำหรับการสื่อสารบนอินเทอร์เน็ต   เป็นโปรแกรมที่ใช้สำหรับการสื่อสารระหว่างผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตด้วยกัน  ทั้งในรูปแบบของการพิมพ์ข้อความโต้ตอบ

    วิธีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
                วิธีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่ผ่านมาจะใช้โมเด็มแบบที่หมุนโทรศัพท์  หรือเรียกว่า  “Dial-up”  เพื่อทำหน้าที่แปลงข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์ในรูปแบบของดิจิทัล (Digital)  ให้เป็นสัญญาณเสียงในรูปแบบแอนะล็อก (Analog)  เพื่อส่งข้อมูลผ่านทางสายโทรศัพท์

       1.การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบ  ISDN  (Integrated Services Digital Network)  ISDN  เป็นการเชื่อมต่อผ่านทางสายโทรศัพท์ที่มีการรับส่งข้อมูลในรูปแบบของสัญญาณดิจิทัล   สามารถใช้เป็นการสื่อสารข้อมูลหรือใช้เป็นโทรศัพท์พื้นฐานทั่วไปได้
  BAI  (Basic Access Interface )  สำหรับผู้ใช้รายย่อย  เช่น  ตามบ้านพัก  หรือ หน่วยงานขนาดเล็ก มีความเร็วรวมที่ 128 Mbps
PRI  (Primary Rate Interface)  สำหรับองค์กรขนาดใหญ่  โดยการเดินสายเคเบิลใยแก้วนำแสง (Fiber Optic)  มายังตู้สาขาอัตโนมัติ

ประโยชน์ของการใช้ระบบ  ISDN
                1.สัญญาณจะถูกรบกวนน้อย
                2.มีความเร็วสูงในการรับส่งข้อมูล
                3.ค่าเช่าคู่สาย  และอุปกรณ์มีราคาถูกกว่าการเชื่อมต่อแบบอื่นๆ
                4.สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้เต็มรูปแบบ
                5.สามารถใช้โทรศัพท์พร้อมกับการใช้งานอินเทอร์เน็ต
                6.มีบริการเสริมอื่นๆ  เช่น  ดูเลขหมายโทรศัพท์ที่เรียกเข้า  การโอนสาย

       2.การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบ  ADSL (Asymmetric Digital Subscriber Line)  คือ การบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงโดยผ่านทาง  ADSL Modem  สามารถใช้กับการเชื่อมต่อผ่านทางสายโทรศัพท์แบบเดิมได้

อุปกรณ์ที่ใช้
                1.เครื่องคอมพิวเตอร์
                2.ADSL Modem  ใช้ในการแปลงสัญญาณ
                3.Splitter  ใช้สำหรับแยกสัญญาณความถี่สูงของ  ADSL
                4.หมายเลขโทรศัพท์และสายโทรศัพท์

ประโยชน์ของการใช้ระบบ  ADSL
                1.ความเร็วในการเชื่อมต่อสูงถึง  256  Kbps
                2.สามารถใช้บริการอินเทอร์เน็ตได้เต็มรูปแบบ
                3.สามารถใช้โทรศัพท์พร้อมกับการใช้งานอินเทอร์เน็ตได้
                4.สามารถใช้ได้กับโทรศัพท์พื้นฐานหมายเลขเดิมที่มีอยู่ในบ้านแล้ว

      3.การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบเคเบิลโมเด็ม  (Cable Modem)  เคเบิลโมเด็มเป็นการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่ไม่ต้องใช้สายโทรศัพท์  แต่อาศัยเครือข่ายเคเบิลจากผู้ให้บริการเคเบิลทีวีประเทศไทย
                ดังนั้นถ้าต้องการใช้บริการแบบเคเบิลโมเด็มจะต้องใช้บริการของ  Asia Net  เท่านั้น  ซึ่งเทคโนโลยีของเคเบิลโมเด็มจะมีความเร็วสูงสุด  2/10  Mbps  คือ  ความเร็วในการส่งข้อมูลที่  2 Mbps  และมีความเร็วในการรับข้อมูลที่  10 Mbps

อุปกรณ์ที่ใช้
                1.เครื่องคอมพิวเตอร์
                2.Splitter  อุปกรณ์สำหรับแยกสัญญาณ
                3.Cable Modem  สำหรับแปลงสัญญาณ


ประโยชน์ของการใช้ระบบเคเบิลโมเด็ม
                1.สามารถเข้าใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ทันทีโดยไม่ต้องรอสัญญาณการเชื่อมต่อ
                2.มีความเร็วสูงกว่า  128  Kbps

       4.การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม   (Satellite)   เป็นบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงอีกรูปแบบหนึ่ง  ซึ่งมีผู้ใช้ให้บริการเพียงรายเดือนคือ  CS Internet  ในเครือชินคอร์ปอเรชั่นเจ้าของดาวเทียมไทยคม  ปัจจุบันการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมจะเป็นแบบทางเดียว
อุปกรณ์ที่ใช้
                1.จานดาวเทียม
                2.โมเด็มธรรมดาสำหรับการส่งข้อมูล
                3.สายโทรศัพท์พื้นฐานสำหรับการส่งข้อมูล

ข้อดี-ข้อเสีย
               1.ความเร็วในการรับข้อมูลสูง
               2.ช่องทางการสื่อสารจะถูกรบกวนได้ง่าย
               3.มีอุปกรณ์ที่มีราคาแพง
               4.การส่งข้อมูลกลับ  ต้องใช้โมเด็มกับสายโทรศัพท์ซึ่งมีความเร็วต่ำ
               5.เสียค่าโทรศัพท์เพียงครั้งละ  3  บาท ทั่วประเทศ

       5.การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบวงจรเช่า  (Leased Line)   การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบ   Leased Line จะเหมาะกับการใช้งานสำหรับองค์กร  สถาบันการศึกษา  หรือระบบธุรกิจต่างๆ  ที่มีผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตเป็นจำนวนมาก  โดยไม่ต้องหมุนโทรศัพท์เข้าไปยังศูนย์บริการอินเทอร์เน็ต  เพราะการเชื่อมต่อแบบ  Leased Line
จะเชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตตลอด  24  ชั่วโมง  ค่าใช้จ่ายในการเช่าจะต้องจ่ายเป็นรายเดือนโดยจะเสียค่าบริการตามความเร็วที่เช่าสายสัญญาณเป็นอัตราเดียวกันทุกเดือน

ค่าใช้จ่ายในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบ  Leased Line
                1.ค่าบริการแรกเข้า
                2.ค่าบริการอินเทอร์เน็ตรายเดือน
                3.ค่าเช่าคู่สาย
                4.ค่าติดตั้งอุปกรณ์สำหรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

อุปกรณ์ที่ใช้
                1.ระบบเครือข่าย  LAN  ภายในองค์กร
                2.อุปกรณ์พื้นฐาน
                3.องค์กรจะต้องทำสัญญาเพื่อขอเช่า


การเลือกผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต
       1.ความน่าเชื่อถือ   การสมัครเป็นสมาชิกเพื่อขอใช้บริการจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตนั้นเปรียบเสมือนการซื้อบริการในสิ่งที่ไม่สามารถจับต้องได้
       2.ประสิทธิภาพของระบบ   โดยพิจารณาจากความเร็วในการรับส่งข้อมูลการเชื่อมต่อกับสายโทรศัพท์หลุดบ่อยหรือไม่
       3.หมายเลขโทรศัพท์    ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตจะมีช่องทางการให้บริการด้วยโมเด็ม  ดังนั้นจำนวนผู้ใช้บริการจะต้องสัมพันธ์กับหมายเลขโทรศัพท์ที่จัดหาไว้
       4.อัตราการใช้โมเด็ม    ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตจะต้องมีคู่สายโมเด็มเพียงพอต่อการรองรับการใช้บริการของลูกค้า
       5.ค่าบริการ   การให้บริการอินเทอร์เน็ตในปัจจุบันนี้   จะมีทั้งระบบการซื้อชั่วโมงมาใช้งาน เช่น  10,  20,  25,  30,  50,  100  ชั่วโมงเป็นต้นโดยเราสามารถเลือกซื้อตามปริมาณการใช้งานของเราได้
       6.บริการให้คำปรึกษา    บางครั้งการใช้บริการอินเทอร์เน็ตผู้ใช้บริการอาจเจอปัญหาต่างๆ  เช่น ไม่สามารถเชื่อมต่อการใช้งานอินเทอร์เน็ตกับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตได้  ดังนั้น  ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตควรจะมีบริการให้คำปรึกษาโดยผ่านศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์   หรือโดยให้ผู้ใช้เข้าไปสอบถามที่เว็บไซต์ให้บริการอินเทอร์เน็ตได้
        7.ค่าธรรมเนียมต่างๆ   พิจารณาว่าผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตแต่ละแห่ง  นอกเหนือจากอัตราค่าบริการแล้วมีการคิดค่าธรรมเนียมอื่นๆ  อีกหรือไม่
        8.บริการเสริม   นอกจากการให้บริการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตแล้ว   ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตได้มีบริการเสริมอื่นๆ


การติดตั้งโปรแกรมเชื่อมต่อแบบ   Dial-up Connection

           เมื่อได้เตรียมอุปกรณ์สำหรับการใช้งาน  และเลือกผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเพื่อใช้งานได้แล้วก็ต้องทำการติดตั้งโปรแกรมเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดยเป็นการใช้งานอินเทอร์เน็ตในรูปแบบการซื้อชั่วโมงสำหรับการใช้งานภายในบ้าน  โดยใช้โทรศัพท์พื้นฐานในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตซึ่งเป็นแบบ Dial-up

การยกเลิกการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

            เมื่อต้องการยกเลิกการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตให้คลิกขวาที่รูปคอมพิวเตอร์ซึ่งอยู่ด้านล่างของจอ  Desktop  จะปรากฏหน้าต่าง  เพื่อให้เลือก  Disconnect  หรือถ้าต้องการให้แสดงสถานะของการเชื่อมต่อ   ให้เลือกที่  Status  โดยจะแสดงสถานะระยะเวลา  และความเร็วในการเชื่อมต่อ





                                                     แบบฝึกหัดบทที่ 2


1โมเด็มแบ่งออกเป็นกี่ประเภท
 ก 1 ประเภท     ข2ประเภท
 ค3 ประเภท       ง 4 ประเภท

2โทเด็มที่มีขนาดเล็กและบางที่สุด  ซึ่งมีขนาดเท่ากับบัตรเครดิต โมเด็มแบบใด
ก  Internal        External
ค  PCMCIA     Wireless

3 โปรแกรมที่มีความสำคัญในการใช้งานอิเล็กทรอนิกส์ มีกี่ประเภท
ก   2 ระดับ                 ข  3 ระดับ
ค    4 ระดับ                 ง   5 ระดับ

4โมเด็มแบบภายในเรียกว่า
External      ข     Pcmcia
Internal      ง     Wireless

5การให้บริการ ISDN   แบ่งออกเป็นกี่ระดับ
ก  2 ระดับ          ข    3  ระดับ
ค   4  ระดับ        ง    5  ระดับ

6  ประโยชน์ของการใช้ระบบ ADSL  โดยชึความเร็วเท่าไร
ก  200  Kbps                                  ข  256  Kbps
250   Kbps                                  ง   260  Kbps

7 เทคโนโยยีของเคเบิลโมเด็มจะมีความเร็วสูงสุดเท่าใด
ก    2/10 Mbps              4/10  Mbps
3/15  Mbps                 ง  5/15  Mbps

8   การหมุนโทรศัพท์ในเขตพื้นที่เดียวกันจะเสียค่าบริการครั้งระกี่บาท
ก     2  บาท                         ข  3 บาท
ค  4  บาท                             ง  5  บาท

9   โมเด็ม  1  ตัว ต่อสมาชิกกี่ราย
ก   2 ราย                              ข   3  ราย
ค    4  ราย                            ง    5  ราย

10  ความเร็วในการรับข้อมูลความเร็วจะอยู่ที่เท่าไร
ก  64  Kbps                         ข  60 Kbps
ค   65 Kbps                         ง   70 Kbps


เฉลย

1.ค   2.ค  3.ข   4.ค   5.ก  6.ข   7.ก  8.ข   9.ค   10.